| สำหรับนาฬิกาที่ไม่มีระบบกันน้ำ |
 |
หากนาฬิกาของท่านไม่ปรากฏเครื่องหมาย WATER RESISTANT บนฝาหลัง (และบนหน้าปัด สำหรับบางรุ่น) แสดงว่านาฬิกาของท่านไม่มีระบบกันน้ำ และต้องควรดูแลอย่าให้นาฬิกาสัมผัสถูกน้ำ ซึ่งอาจทำให้เครื่องที่อยู่ภายในเกิดความเสียหายได้ ในกรณีที่นาฬิกาของท่านเปียกน้ำ แนะนำให้ท่านนำนาฬิกาดังกล่าวไปตรวจเช็คที่ศูนย์บริการไซโก ทันที | |
| สำหรับนาฬิกาที่มีระบบกันน้ำ (ระดับ 3 bar) |
 |
หากนาฬิกาของท่านปรากฏเครื่องหมาย WATER RESISTANT บนฝาหลัง (และบนหน้าปัด สำหรับบางรุ่น) แสดงว่านาฬิกาของท่านมีระบบกันน้ำ ทั้งนี้หากเป็นนาฬิกากันน้ำ ระดับ 3 bar นาฬิกาจะสามารถสัมผัสถูกน้ำได้ เช่น ล้างมือ ถูกฝน เป็นต้น แต่นาฬิกาจะไม่ได้ถูกออกแบบไว้สำหรับใส่ว่ายน้ำหรือดำน้ำ | |
| สำหรับนาฬิกาที่มีระบบกันน้ำ (ระดับ 5 bar) |
 |
หากนาฬิกาของท่านปรากฏเครื่องหมาย WATER RESISTANT บนฝาหลัง (และบนหน้าปัด สำหรับบางรุ่น) แสดงว่านาฬิกาของท่านมีระบบกันน้ำ ทั้งนี้หากเป็นนาฬิกากันน้ำ ระดับ 5 bar นาฬิกาจะสามารถสวมใส่ขณะทำการว่ายน้ำ (ในสระ), เล่นเรือใบ,และ ใส่อาบน้ำ แต่นาฬิกาจะไม่ได้ถูกออกแบบไว้สำหรับใส่ดำน้ำและดำน้ำลึก | |
| สำหรับนาฬิกาที่มีระบบกันน้ำ (ระดับ 5 bar/15 bar/20 bar)* |
 |
หากนาฬิกาของท่านปรากฏเครื่องหมาย WATER RESISTANT บนฝาหลัง (และบนหน้าปัด สำหรับบางรุ่น) แสดงว่านาฬิกาของท่านมีระบบกันน้ำ ซึ่งถูกออกแบบและผลิตมาให้มีการกันน้ำระดับ 5 bar/10 bar/15bar โดยทั้งนี้สามารถสวมใส่นาฬิกาขณะว่ายน้ำและดำน้ำระดับตื่นๆ แต่ไม่สามารถใส่เพื่อดำน้ำลึกแบบ Scuba ควรสวมใส่นาฬิกาดำน้ำรุ่น SEIKO Driver ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำลึกแทน การใช้นาฬิกาที่มีระดับการกันน้ำ 5-20 bar ขณะอยู่ในน้ำนั้น และต้องแน่ใจว่าเม็ดมะยม อยู่ในตำแหน่งล็อค เพื่อป้องกันน้ำเข้าทางเม็ดมะยม ห้ามดึงเม็ดมะยมขณะที่นาฬิกาเปียกน้ำหรืออยู่ในน้ำ ถ้าใช้ในน้ำทะเลต้องทำนาฬิกาให้แห้งทันที
หมายเหตุ แรงดันในมาตรวัดระบบ bar จะเป็นระดับแรงดันที่ได้จากการทดสอบ ซึ่งไม่ใช่การทดสอบดำน้ำลึกจริง เพราะ การเคลื่อนไหวในการดำน้ำจะมีแรงดันที่เพิ่มขึ้นกว่าความลึกที่วัด ดังนั้นจึงควรพิจารณาในการสวมใส่นาฬิกาขณะทำการดำน้ำลึก | |
| ระดับอุณหภูมิสำหรับนาฬิกา (สำหรับนาฬิกาควอทซ์แบบเข็ม) |
 |
นาฬิกาของคุณจะทำงานปกติในอุณหภูมิระหว่าง 5 35 องศาเซลเซียส (41-95 องศาฟาเรนไฮต์) ทั้งนี้หากอุณหภูมิเกินกว่า 60 องศาเซลเซียส หรือ 140 องศาฟาเรนไฮต์ (สำหรับบางรุ่นที่เกิน 50 องศาเซลเซียส หรือ 122 องศาฟาเรนไฮต์) อาจเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่ภายในนาฬิกาเกิดความเสียหายได้ | |
| การสั่นสะเทือนและการกระแทก |
 |
การทำกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทั่วๆไปขณะสวมใส่นาฬิกา จะไม่มีผลกับนาฬิกาของคุณ แต่ต้องระวังไม่ให้นาฬิกาตกหรือกระแทกลงสู่พื้นผิวที่แข็ง อาจทำให้นาฬิกาชำรุด | |
| สนามแม่เหล็ก |
 |
นาฬิกาจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากสนามแม่เหล็ก ควรเก็บนาฬิกาให้ห่างจากวัตถุที่ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็ก (ในกรณีที่เป็นนาฬิการะบบควอทซ์ นาฬิกาจะเดินเป็นปกติ หากนำนาฬิกาออกจากบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก) | |
| ช่วงเวลาในการตรวจเช็ค |
 |
ควรทำการตรวจเช็คนาฬิกาทุก 2-3 ปี โดยสามารถนำนาฬิกาของท่านไปทำการตรวจเช็คที่ศูนย์บริการไซโก เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับบริการและอะไหล่ที่มีคุณภาพ | |
| การดูแลตัวเรือนและสาย |
 |
เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและอาการผุ กับตัวเรือนและสายนาฬิกา ซึ่งมีสาเหตุมาจาก คราบสกปรก, คราบน้ำมัน, เหงื่อ เป็นต้น โดยสามารถทำความสะอาด โดยการเช็ดคราบเหล่านี้ด้วยผ้านุ่มแห้ง | |
| สารเคมี |
 |
ควรระวังไม่ให้นาฬิกาสัมผัสกับสารเคมี ประเภทสารละเหย (แอลกอฮอล์ และน้ำมันเชื่อเพลิง), ปรอท (จากการแตกของโทโมมิเตอร์), เครื่องสำอางประเภทสเปรย์, ผงซักฟอกและสารเคมีประเภทตัวทำละลาย, คราบกาวและสี เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้สีของตัวเรือนและสาย ซีดจาง, ลอก หรือเกิดความเสียหายได้ | |
| ข้อควรระวังเกี่ยวกับแผนป้องกันฝาหลัง |
 |
ถ้านาฬิกาของคุณมีแผ่นสติกเกอร์ป้องกันฝาหลัง ติดอยู่บนฝาหลัง ควรลอกออกก่อนที่จะสวมใส่นาฬิกา หากไม่ลอกออกและสวมใส่ทับไว้ เพราะบริเวณรอบๆ แผ่นสติกเกอร์เป็นที่สะสมของคราบต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฝาหลังเกิดสนิมและผุได้ | | |